องค์การบริหารส่วนจังหวัดอุบลราชธานี
 
 
 
  
ค้นหาหัวข้อข่าว

คำบอกเล่า...จากสมาชิกกลุ่มผู้ใช้รถไถ ต.หนองบ่อ อ.เมือง

ข่าวประจำวันที่ : 16 กุมภาพันธ์ 2553

คำบอกเล่า...จากสมาชิกกลุ่มผู้ใช้รถไถนา
อบจ.อุบลฯ บ้านจานตะโนน

นายสมศิลป์ บุญช่วย สมาชิกกลุ่มผู้ใช้รถไถนาบ้านจานตะโนน ต.หนองบ่อ อ.เมือง จ.อุบลฯ กล่าวว่า ก่อนที่จะได้รับรถไถนามาใช้ในกลุ่มพวกตนได้รวมกลุ่มกันเป็นกลุ่มผู้ใช้น้ำเพื่อขอรับการสนับสนุนชลประทานระบบท่อ มีสมาชิกทั้งหมู่บ้านรวม 110 ราย โดยภายหลังจากได้รับการสนับสนุนเครื่องสูบน้ำและท่อพีวีซีตามโครงการเอาชนะความแห้งแล้งด้วยชลประทานระบบท่อเพื่อทำนาปีและนาปรังแล้ว เมื่อช่วงเดือนพฤศจิกายน 2552 ที่ผ่านมา ก็ได้รับการสนับสนุนรถไถนาหรือรถฟาร์มแทรกเตอร์ของ อบจ.อุบลฯ จำนวน 1 คัน เพื่อนำมาบริหารจัดการภายในกลุ่ม โดยการดำเนินงานแบบกลุ่มสัมพันธ์ได้แก่ การจัดตั้งคณะกรรมการบริหารกลุ่มประกอบด้วย ประธาน รองประธาน เลขานุการ เหรัญญิก และกรรมการบริหารอีกจำนวนหนึ่ง ที่เหลือเป็นสมาชิกกลุ่มที่ต้องร่วมกันออกความคิดเห็นเพื่อการดำเนินกิจกรรมของกลุ่มให้ลุงล่วง ซึ่งการใช้รถไถนาภายหลังจากได้จัดตั้งคณะกรรมการบริหารและร่วมประชุมเพื่อกำหนดแนวทางการใช้รถร่วมกัน พร้อมกับกำหนดอัตราค่าบริการรถไถนาแก่สมาชิกไร่ละ 200 บาท และสามารถขึ้นลงได้ตามราคาน้ำมันเชื้อเพลิงที่ปรับตัวสูงขึ้นหรือลดต่ำลง ซึ่งจะเป็นการกำหนดร่วมกันระหว่างกรรมการและสมาชิก จากจึงจะนำรถไถออกไปให้บริการแก่สมาชิก โดยแบ่งเป็นโซน เช่น โซนผู้ใช้น้ำจากกุดฮี โซนทุ่งหนองบัว โซนหนองหอย เป็นต้น เพื่อให้การเวียนรถไถไปยังกลุ่มต่างๆ ได้อย่างทั่วถึงกัน ยกตัวอย่างเช่น หลังจากสมาชิกได้ต่อคิวเพื่อรับบริการกับประธานแล้ว การให้บริการรถไถของคนขับรถไถจะเวียนเป็นโซนๆ ไป โซนละไม่เกิน 3 วัน เพื่อให้สมาชิกในโซนต่างๆ ไม่ต้องต่อคิวยาวจนเกินไป เพื่อความเท่าเทียมกัน ส่วนอัตราค่าบริการจะคิดอัตราไร่ละ 200 บาท หากปั่นโรตารี่หรือแบบปั่นดินให้ร่วนซุยก็จะคิดอัตราไร่ละ 250 บาท ซึ่งหากเทียบกับภาคเอกชนก็จะคิดในอัตราไร่ละ 300-400 บาท ซึ่งเงินที่ได้มาจากสมาชิกจะนำเข้ากลุ่ม โดยทางกรรมการบริหารจะแยกเงินออกเป็นส่วนๆ หนึ่งจะให้ค่าคนขับ 20% อีกส่วนหนึ่งจะนำไว้ให้ค่าซ่อมแซมรถ ซึ่งส่วนใหญ่รถไถจะประสบปัญหาเรื่องไฮโดรลิก ลูกปืนแตก และยางรั่ว จึงต้องสำรองเงินเพื่อการนี้ อย่างไรก็ตามการบริหารจัดการรถไถนาของกลุ่มยังไม่นานนักเนื่องจากเพิ่งได้มาไม่เกิน 2 เดือน และในเดือนมกราคมที่ผ่านมาได้เพิ่มอีก 1 คัน เป็น 2 คัน จึงทำให้การทำงานไถนาให้แก่สมาชิกได้รวดเร็วขึ้น ซึ่งการใช้รถไถฟาร์มแทรกเตอร์ทำให้การไถพรวนทำนาทำได้รวดเร็วขึ้นและย่นระยะเวลาการทำนาลงได้มากจากเดิมที่เกษตรกรต้องใช้รถไถนาเดินตามไถเองที่ต้องใช้เวลาหลายวัน หรือบางรายไม่มีรถไถนาก็ต้องไปจ้างรถของคนอื่นมาไถซึ่งคิดในอัตราที่สูงกว่านี้มาก

"ถ้าใช้รถไถนาเดินตามของเกษตรกรแบบเดิมระยะเวลาในการทำนาก็ร่วมเดือนจึงจะทำนาเสร็จ แต่ถ้าใช้รถไถนาของ อบจ.เวลาก็ย่นลงเหลือ 3-4 วันก็ทำการหว่านเมล็ดพันธุ์ได้ เพราะชาวนาใช้รถไถๆ ให้เสร็จจากนั้นก็จ้างแรงงานมาทำงานทีเดียวก็แล้วเสร็จทันใจ ซึ่งตอนนี้สมาชิกมักจะนิยมทำนาหว่านกันมากขึ้นเพราะขาดแคลนแรงงานดำนาหรือหากมีแรงงานก็ราคาสูง อย่างไรก็ตามตอนนี้ราคาน้ำมันเพิ่มขึ้นก็ต้องเพิ่มค่าบริการไถนาขึ้นไปด้วย เช่น ไถอย่างเดียวไร่ละ 250 บาท แต่ถ้าโรตารี่ด้วยก็ 280 บาท/ไร่ สำหรับผมก็เป็นสมาชิกด้วย และเป็นคนขับด้วย ซึ่งรู้สึกว่าใช้รถไถแล้วคุ้มค่ามากเพราะนอกจากจะทำให้มีรายได้จากการขับรถวันละประมาณ 200 บาทแล้ว ยังทำให้สมาชิกแต่ละรายทำนาได้รวดเร็วมากยิ่งขึ้น และทุ่นแรงงานไปอย่างมากในการทำนาจากเดิมที่ต้องใช้รถไถนาเดินตามทำการไถเพื่อทำนาก็มาใช้รถไถนา อบจ.อุบลฯ ทำให้นาแล้วเสร็จเร็วขึ้น ซึ่งเป็นเรื่องที่ดี " นายสมศิลป์ กล่าว

ด้าน นายสันติภาพ แสงกล้า อายุ 38 ปี เกษตรกร บ้านจานตะโนน ต.หนองบ่อ กล่าวว่า ตนทำนา 10 ไร่ ทำปีละ 2 ครั้ง ก่อนหน้านี้ใช้รถไถนาเดินตามทำการไถพรวนก่อนทำการปักดำหรือนาหว่าน แต่พอมีรถไถนาของ อบจ.มาสนับสนุนทางกลุ่มก็ทำให้ทำนาเสร็จเร็วขึ้น เพียง 3 วันก็แล้วเสร็จ ซึ่งค่าบริการ 10 ไร่ ใช้งบประมาณ 1,000 บาท โดยไถไร่ละ 250 บาท ซึ่งเป็นอัตราที่สมาชิกร่วมกันกำหนดขึ้น ซึ่งราคาถูกกว่าท้องตลาดเนื่องจากหากจ้างเอกชนมาทำการไถหรือคาดก็จะราคาสูงกว่านี้มาก

นายมิตร จันพวง อายุ 45 ปี หมู่ 4 บ้านจานตะโนน กล่าวว่า มีนาทั้งสิ้น 14 ไร่ ทำปีละ 2 ครั้ง เดิมใช้รถไถนาเดินตามที่เติมน้ำมันถังละ 5 ลิตร ไถได้ประมาณ 1 วัน และใช้เวลานับเดือนถึงทำนาเสร็จ แต่เมื่อมีรถไถฟาร์มแทรกเตอร์ของ อบจ.มาสนับสนุนทางกลุ่มก็ทำให้นาเสร็จเร็วขึ้น ทุ่นแรงไปได้เยอะ เพราะไม่ต้องออกแรงใช้รถไถนาเดินตามทำนาเหมือนเดิม แม้ว่าค่าใช้จ่ายจะเพิ่มขึ้นนิดหน่อยก็ตาม

นายมนูญ ส่งเสริม อายุ 48 ปี เกษตรกร หมู่ 2 บ้านจานตะโนน กล่าวว่า มีที่นาทั้งหมด 20 ไร่ ส่วนถ้าทำนาปรังจะทำแค่ 5 ไร่ เพราะต้องอาศัยน้ำว่าเพียงพอหรือไม่ ปัจจุบันใช้บริการรถไถนาของ อบจ.ที่กลุ่มได้รับการสนับสนุน ซึ่งคิดค่าไถอัตราไร่ละ 200 บาท เดิมทีตนใช้รถไถนาเดินตามทำนา ปัจจุบันรถไถนาเดินตามเอาไว้ขนสำภาระและใช้สูบน้ำแทน ซึ่งก็ทำให้การทำนาเสร็จเร็วขึ้น ทุ่นทั้งแรงและทุ่นเวลาได้มาก สรุปก็คือดีกว่าไม่เหนื่อย

DSC_0115_resize.JPG

DSC_0105_resize.JPG

DSC_0106_resize.JPG

DSC_0110_resize.JPG

DSC_0019_resize.JPG

DSC_0020_resize.JPG

DSC_0104_resize.JPG

DSC_0108_resize.JPG

DSC_0034_resize.JPG

DSC_0058_resize.JPG

DSC_0060_resize.JPG

DSC_0064_resize.JPG

DSC_0086_resize.JPG

DSC_0096_resize.JPG

DSC_0041_resize.JPG

DSC_0099_resize.JPG

DSC_0077_resize.JPG

 



Untitled Document
 
  องค์การบริหารส่วนจังหวัดอุบลราชธานี