องค์การบริหารส่วนจังหวัดอุบลราชธานี
 
 
 
  
ค้นหาหัวข้อข่าว

ชวนเที่ยว"อ.เขมราฐ"ดินแดนแห่งความเกษมสุข"!!

ข่าวประจำวันที่ : 18 มิถุนายน 2552

โซนเหนือและชาวเขมราฐขอเชิญชวนพี่น้องมาเที่ยวอำเภอเขมราฐ"ดินแดนแห่งความเกษมสุข"

นายพรชัย โควสุรัตน์ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดอุบลราชธานี นายวัฒนา พุฒิชาติ นายอำเภอเขมราฐ นายชูศักดิ์ สุทธิรารักษ์ ส.อบจ.เขต1อ.เขมราฐและพี่น้องชาวอำเภอเขมราฐทุกคนขอเชิญพี่น้องชาวจังหวัดอุบลฯจังหวัดใกล้เคียงและทั่วประเทศมาเที่ยวอำเภอเขมราฐ จ.อุบลราชธานี ซึ่งเป็นอำเภอที่ได้ขนานนามว่า"ดินแดงแห่งความเกษมสุข"และมีแหล่งท่องเที่ยวมากมายที่รอให้นักท่องเที่ยวทุกท่านมาสัมผัสด้วยตัวท่านเอง ทางทีมงานคณะทำงานโซนเหนือจึงขอเสนอข้อมูลและภาพที่เกี่ยวข้องกับอำเภอเขมราฐดังนี้

Pnong.jpg wattana.gif CEOchusuk.jpg

อำเภอเขมราฐ แปลว่า ดินแดนแห่งความเกษมสุข เป็นอำเภอหนึ่งในจังหวัดอุบลราชธานี อยู่ริมแม่น้ำโขง อำเภอเขมราฐ เป็นอำเภอเก่าแก่ที่ตั้งมาตั้งแต่สมัยกรุงเทพ อยู่ริ่มแม่น้ำโขงเป็นระยะทางยาวกว่า 40 กิโลเมตร ซึ่งฝั่งตรงข้ามคือ เมืองสองคอน แขวงสุวรรณเขต (สะหวันนะเขต) ของประเทศลาว เขมราฐเป็นเมืองที่มีทัศนียภาพแม่น้ำโขงที่สวยงาม หาดทรายที่มีชื่อเสียงคือ หาดทรายสูง และ จะมีการแข่งเรือยาวอำเภอเขมราฐซึ่งจัดขึ้นเป็นประจำทุกปี

ที่ตั้งและอาณาเขต
อำเภอเขมราฐตั้งอยู่ทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือของจังหวัดอุบลราชธานี ห่างจากตัวจังหวัด 105 กิโลเมตร และห่างจากกรุงเทพมหานคร 750 กิโลเมตร มีอาณาเขตติดต่อกับพื้นที่การปกครองข้างเคียงดังนี้

ทิศเหนือ ติดต่อกับแขวงสุวรรณเขต (สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว)
ทิศตะวันออก ติดต่อกับแขวงสาละวัน (สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว) และกิ่งอำเภอนาตาล
ทิศใต้ ติดต่อกับอำเภอโพธิ์ไทรและอำเภอกุดข้าวปุ้น
ทิศตะวันตก ติดต่อกับอำเภอปทุมราชวงศาและอำเภอชานุมาน (จังหวัดอำนาจเจริญ)

ประวัติศาสตร์
ในสมัยพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย พระองค์โปรดเกล้าฯ ให้ตั้งบ้านโคกกงพะเนียงขึ้นเป็น เมืองเขมราษฏร์ธานี มีฐานะเป็นหัวเมืองชั้นเอกขึ้นตรงต่อกรุงเทพมหานคร และโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งอุปฮาดก่ำที่อพยพมาจากเมืองอุบลราชธานีเป็นเจ้าเมืองคนแรก มีนามว่า "พระเทพวงศา" เมื่อปี พ.ศ. 2357 ต่อมาในสมัยพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงปรับปรุงการปกครองครั้งใหญ่ อีสานถูกแบ่งเป็น 8 บริเวณ เมืองเขมราฐมีเดชธนีรักษ์เป็นผู้ว่าราชการเมือง และมีอำเภออยู่ในการปกครอง 6 อำเภอ ต่อมาในปี พ.ศ. 2452 เมืองเขมราฐถูกลดฐานะลงเป็นอำเภอขึ้นตรงต่อเมืองยโสธร จนปี พ.ศ. 2455 จึงถูกย้ายมาขึ้นกับกับจังหวัดอุบลราชธานีจนกระทั่งถึงปัจจุบัน

การปกครองส่วนท้องถิ่น
ท้องที่อำเภอเขมราฐประกอบด้วยองค์การบริหารส่วนท้องถิ่น 10 แห่ง ได้แก่

เทศบาลตำบลเขมราฐ ครอบคลุมพื้นที่บางส่วนของตำบลเขมราฐ
เทศบาลตำบลเทพวงศา ครอบคลุมพื้นที่ตำบลเขมราฐ (นอกเขตเทศบาลตำบลเขมราฐ)
เทศบาลตำบลขามป้อม ครอบคลุมพื้นที่ตำบลขามป้อมทั้งตำบล
เทศบาลตำบลหนองผือ ครอบคลุมพื้นที่ตำบลหนองผือทั้งตำบล
องค์การบริหารส่วนตำบลเจียด ครอบคลุมพื้นที่ตำบลเจียดทั้งตำบล
องค์การบริหารส่วนตำบลนาแวง ครอบคลุมพื้นที่ตำบลนาแวงทั้งตำบล
องค์การบริหารส่วนตำบลแก้งเหนือ ครอบคลุมพื้นที่ตำบลแก้งเหนือทั้งตำบล
องค์การบริหารส่วนตำบลหนองนกทา ครอบคลุมพื้นที่ตำบลหนองนกทาทั้งตำบล
องค์การบริหารส่วนตำบลหนองสิม ครอบคลุมพื้นที่ตำบลหนองสิมทั้งตำบล
องค์การบริหารส่วนตำบลหัวนา ครอบคลุมพื้นที่ตำบลหัวนาทั้งตำบล

การคมนาคม
ทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 202 ชัยภูมิ–เขมราฐ (ถนนอรุณประเสริฐ)
ทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 2034 มุกดาหาร–บรรจบทางหลวงหมายเลข 202 (หนองผือ)
ทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 2050 อุบลราชธานี–เขมราฐ
ทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 2112 แยกทางหลวงหมายเลข 2050 (เขมราฐ) –โขงเจียม
ทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 2232 แยกทางหลวงหมายเลข 202 (หนองผือ) –กุดข้าวปุ้น
ทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 2242 แยกทางหลวงหมายเลข 2034 (บุ่งเขียว) –บรรจบทางหลวงหมายเลข 202 (เขมราฐ)

สถานที่ท่องเที่ยว

1.แก่งช้างหมอบ บ้านห้วยยาง ต.นาแวง อ.เขมราฐ

แก่งช้างหมอบเกิดขึ้นกับลำน้ำโขงมานับพันปี ซึ่งสถานที่ดังกล่าวอยู่ตรงบริเวณบ้านห้วยยาง ต.เขมราฐ อ.เขมราฐ จ.อุบลราชธานี สาเหตุที่ได้ชื่อว่าแก่งช้างหมอบ เนื่องจากเป็นแก่งน้ำที่ถูกน้ำโขงกัดเซาะเป็นทางยาง มีโขดหินที่สวยงาม ระดับน้ำไม่ลึกมาก เหมาะสำหรับการลงเล่นน้ำ และมีทิวทัศน์ที่สวยงาม เพราะมีโขดหิน สายน้ำใสสะอาด สลับกับต้นแซงซุม ที่ขึ้นกลางโขดหินในลำน้ำโขง นอกจากนี้ยังมีเกาะกลางลำน้ำขนาดใหญ่ซึ่งเป็นที่ตั้งของฟอสซิลช้าง ที่เป็นตำนานของแก่งช้างหมอบ แม้ว่าขณะนี้จะยังคงไม่ได้ค้นหาเพิ่มจากฟอสซิลช้างที่เชื่อกันว่ามาตายอยู่กลางเกาะแห่งนี้ ซึ่งระยะหลังมีผู้นำฟอสซิลในส่วนที่เป็นขาช้างออกไปจากบริเวณที่พบจนเกือบหมด แต่เชื่อว่าภายใต้โขดหินนี้จะยังคงมีฟอสซิลหลงเหลืออยู่ ซึ่งถือเป็นไฮไลของแก่งน้ำที่สวยงามแห่งนี้ ดังนั้นจึงอยากให้นักท่องเที่ยวมาร่วมกันค้นหาปริศนาแห่งเกาะแก่งช้างหมอบ พร้อมชื่นชมกับธรรมชาติ น้ำใส และโขดหินที่สวยงามที่ถูกบรรจงสร้างด้วยธรรมชาติ เพื่อให้เกิดการท่องเที่ยวภายในพื้นที่และสะพัดของเงินในท้องถิ่น ซึ่งปัจจุบันแก่งน้ำแห่งนี้ได้มีนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติที่ทราบข่าวเดินทางมาเที่ยวกันอย่างต่อเนื่อง


DSC07138_resize.jpg

DSC07140_resize.jpg

DSC07133_resize.jpg

DSC07130_resize.jpg

DSC07149_resize.jpg

DSC07159_resize.jpg

วัดบ้านอุบมุง ต.เขมราฐ อ.เขมราฐ

watubmung_resize.jpg

DSC_0341_resize.JPG

วัดโพธิ์ ตั้งอยู่เลขที่ 109 ถนนกงพะเนียง ตำบลเขมราฐ อำเภอเขมราฐ จังหวัดอุบลราชธานี สังกัดมหานิกาย ได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมา เมื่อ พ.ศ. 2516 ตามประวัติที่เล่าสืบต่อกันมาได้ความว่า วัดโพธิ์ ตั้งเมื่อ พ.ศ.2331 โดยแม่ชี (แม่ขาว) ได้หนีภัยสงคราม นำผู้คนอพยพลงมาจากเวียงจันทน์ พร้อมด้วยลูกหลานญาติโยมลงมาตามลำน้ำโขง มายึดชัยภูมิแห่งนี้ตั้งหมู่บ้านและวัดขึ้นในสมัยพระเจ้าตากสินมหาราช แห่งกรุงธนบุรี ปูชนียวัตถุที่สำคัญได้แก่ พระเจ้าใหญ่องค์แสน พระเจ้าใหญ่องค์แสน เป็นพระพุทธรูปปางมารวิชัย ขนาดหน้าตักกว้าง 1.09 เมตร สูงรวมเกตุ 1.59 เมตร สร้างด้วยอิฐโบราณ ถือด้วยน้ำเกสรดอกไม้ผสมน้ำเปลือกไม้ ตามภูมิปัญญาของคนสมัยโบราณ เป็นพระพุทธรูปคู่บ้านคู่เมืองของาวเขมราฐมาช้านานตั้งแต่บรรพบุรุษจนถึงปัจจบัน และเป็นพระพุทธรูปเก่าแก่ที่สุดองค์หนึ่งของจังหวัดอุบลราชธานี

watpo_resize.jpg

Saimeria_resize.jpg

ประเพณีแข่งเรือยาวสองฝั่งโขงไทย-ลาว หน้าเทศบาลต.เขมราฐ

DSC_7732_resize.JPG

img_8e6d2a7c132098504c02edf704e1b9b5.jpg

หาดทรายสูง บ้านลาดหญ้าคา ต.นาแวง อ.เขมราฐ

เกิดจากน้ำโขงได้ไหลพัดพาทรายจากที่อื่น ๆ มากองรวมกันเป็นเวลานาน พร้อม ๆ กับลำน้ำโขง ลักษณะหาดทรายกองกันเป็นคล้าย ๆ เขา 2 ลูก ติดกัน ต่ำลงไปอีก จะเป็นเหมือนแอ่งน้ำไหลโขกหินสวยงาม

Saisoong4.jpg

Saisoong5.jpg

Saisoong3_resize.jpg

Saisoong2_resize.jpg

Saisoong1_resize.jpg

แหล่งโบราณคดีบ้านนาหนองเชือก ต.เจียด อ.เขมราฐ

แหล่งโบราณคดีแห่งนี้มีการค้นพบด้วยความบังเอิญเนื่องจากสำนักสงฆ์วัดภูถ้ำพระศิลาทอง ได้มีโครงการก่อสร้างศาลาการเปรียญหลังใหม่ จึงได้นำรถแบ๊คโฮไปขุดยังพื้นที่ก่อสร้างปรากฏว่าพบเศษภาชนะดินเผา และเศษกระดูกมนุษย์จำนวนมาก นอกจากนั้นบริเวณใกล้เคียงกันได้พบภาชนะดินเผาขนาดใหญ่ ชาวบ้านจึงได้นำขึ้นมาและเก็บรักษาไว้ในวัดภูถ้ำพระศิลาทอง ต่อมาทางวัดจึงได้สร้างอาคารขึ้นมาเพื่อจัดแสดงโบราณวัตถุเพื่อเป็นแหล่งศึกษาทางประวัติศาสตร์ของชุมชน

หลักฐานทางโบราณคดีที่ทางวัดภูถ้ำพระศิลาทองเก็บรักษาไว้ มีดังนี้

1. โครงกระดูกมนุษย์ ประกอบด้วย กะโหลก ฟันและชิ้นส่วนต่าง ๆ

2. ภาชนะบรรจุศพหรือบรรจุกระดูก เป็นภาชนะดินเผาขนาดใหญ่ ลักษณะทรงกลมบ่ากว้างและสอบแคบลงมาที่ส่วนก้นมนรี ปากกว้าง คอค่อนข้างยาว ขอบปากม้วนกลม ด้านนอกตกแต่งด้วยลายเชือกและเครื่องจักสานทาบ วางคว่ำครอบปิดปากภาชนะบรรจุกระดูก

3. ภาชนะดินเผารูปทรงต่างๆ เช่น หม้อก้นกลม ชามมีสัน หม้อมีพวย(กาน้ำ) ชามมีเชิง(พาน) เป็นต้น

4. เครื่องใช้ทำจากดินเผา ได้แก่ ลูกดิ่งหรือตุ้มถ่วง ลูกแว (อุปกรณ์ใช้สำหรับการปั่นด้ายเพื่อใช้ในการทอผ้า)

5. เครื่องประดับทำจากหินหายาก ได้แก่ ลูกปัดหิน คาร์เนเลี่ยน(หินสีส้ม) ทรงกลมและทรงแบน

6. เครื่องประดับทำจากแก้วหลากสีสัน ได้แก่ กำไล ต่างหู ลูกปัดแก้วเม็ดเล็กๆ สีแดง(มูติซารา) ลูกปัดแก้วสีฟ้า ลูกปัดแก้วสีเขียว

7. เครื่องประดับทำจากโลหะสำริด ได้แก่ กำไล หลากหลายรูปแบบ สร้อยที่มีลักษณะพิเศษโดยทำเป็นแผ่นแบนประดับด้วยการห้อยลูกพรวนเป็นแถว

8. เครื่องมือเครื่องใช้สำริด ได้แก่ ลูกกระพรวน กระดึงผูกคอสัตว์

9. เครื่องมือเครื่องใช้ทำจากเหล็ก ได้แก่ มีด หอก จอบ ขวานมีบ้องหลากหลายรูปแบบ และเครื่องมือเหล็กรูปแบบพิเศษ เป็นต้น

nanong_resize.jpg

DSC_2472_resize.JPG

DSC_2480_resize.JPG

Na2_resize.jpg

Na3_resize.jpg

Na4_resize.jpg

Na5_resize.jpg

Na6_resize.jpg

Na7_resize.jpg

ทางทีมคณะผู้จัดทำหวังไว้เป็นอย่างยิ่งว่าข้อมูลข้างต้นนี้จะเป็นประโยชน์แก่ท่านผู้สนใจไม่มากก็น้อยและถือโอกาสนี้ขออนุญาตเชิญชวนนักท่องเที่ยวทุกท่านมาเที่ยวอำเภอเขมราฐจังหวัดอุบลราชธานีกันมากๆจะเป็นการช่วยสนับสนุนให้ชาวต่างชาติมาเที่ยวบ้นเราเยอะๆดังคำที่ว่า"เที่ยวไทยครึ้กครื้น เศรษฐกิจไทยคึกคัก" แล้วพบกันนะครับ!!!

logo.jpg

พุทธพร/เนื้อหา-เรียบเรียง

พร้อมพงศ์/ภาพ-ตกแต่ง

คณะทำงานโซนเหนือหัวใจทำให้ประชาชน

 



Untitled Document
 
  องค์การบริหารส่วนจังหวัดอุบลราชธานี